ProjectForStudy

 ลืมรหัสผ่าน
 ลงทะเบียน
ค้นหา
ดู: 277|ตอบกลับ: 37

[ถาม/ตอบ] สอบถามใน Datagridview ถ้าจำนวน Onland น้อยกว่า จำนวน min stock

[คัดลอกลิงก์]
  • อารมณ์วันนี้
    แฮปปี้
    2019-7-20 18:16
  • เช็คชื่อแล้ว: 9 วัน

    [LV.3]BeginnerII

    2

    กระทู้

    24

    โพสต์

    68

    เครดิต

    BabyGhost

    Rank: 1

    เครดิต
    68
    Ticket
    22
    จิตพิสัย
    46
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Boysanchai90 เมื่อ 2019-7-17 11:17

    คืออยากได้ ให้ไปแสดงในช่อง Staus ว่า order อะไรประมาณนี้ Datagridview ถ้าจำนวน Onland น้อยกว่า จำนวน min stock

    ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

    คุณจำเป็นต้อง ลงชื่อเข้าใช้ เพื่อดาวน์โหลดหรือดูไฟล์แนบนี้ คุณยังไม่มีบัญชีใช่ไหม? ลงทะเบียน

    x
  • อารมณ์วันนี้
    แฮปปี้
    7 ชั่วโมงที่แล้ว
  • เช็คชื่อแล้ว: 384 วัน

    [LV.9]ConquerorII

    30

    กระทู้

    773

    โพสต์

    4579

    เครดิต

    RapterClaw

    Rank: 5Rank: 5

    เครดิต
    4579
    Ticket
    2851
    จิตพิสัย
    1728

    Merciful MemberInstructor

    puklit โพสต์ 2019-7-25 19:24:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด
    Boysanchai ตอบกลับเมื่อ 2019-7-25 18:25
    โทษที่คับ​ตรงช่อง​status คับ

    ผมทำตามที่พื่บอกแรวมันข ...

    จากตัวอย่างแรกที่ผมเคยให้ท่านไป

    โดยการเขียน Query ขึ้นมาแสดง ดังนี้


    การที่จะทำให้ผลต่างระหว่าง Min stock และ Onhand stock ส่วนมากจะทำได้โดย
    1. หักยอดจากการเบิก แล้วบันทึกจำนวนคงเหลือกลับไปยังฐานข้อมูล (แต่ผมดูแล้วมันยากลำบากถ้าทำวิธีนี้ และมีโอกาสผิดพลาด หากมีการเบิกรายการพร้อมกัน(ระบบที่ใช้มากกว่า 1 ผู้ใช้งาน) จำนวนคงเหลือจะไม่ตรง ผมเลยไม่ใช้วิธีนี้ในการประมวลผลข้อมูล)
    2. ไม่จำเป็นต้องบันทึกผลต่าง โดยเขียน Query ตามวิธีที่ผมเคยนำเสนอท่านไป แล้วนำผลต่างที่ได้มาคำนวนการจัดซื้อ แล้วค่อยบันทึกยอดที่ต้องสั่งซื้อในตารางสั่งซื้อแยกต่างหาก (มันจะช่วยประหยัดพื้นที่จัดเก็บในฐานข้อมูล)
    3. แต่ถ้าท่านต้องการให้มันอยู่ในฐานข้อมูลจริง ๆ ก็ใช้วิธีเขียนฟังก์ชั่นให้เป็นฟิลด์ ที่มีการคำนวน Computed Column Specification แล้วเลือกช่อง Formular เพื่อใส่ฟังก์ชั่น (วิธีนี้จะเหนื่อยน้อยกว่า ข้อ 1) ดังนี้

    ให้เขียนฟังก์ชั่นในการคำนวนตามที่เราต้องการใน Computed Column Specification


    ผลลัพธ์ที่ได้ (ผมทำให้ท่านดูไม่รู้ว่าต้องการแบบไหน) ดังนี้


    3.1 ฟิลด์ Balance_Quantity คือ สถานะจำนวนคงเหลือ คิดจากจำนวนคงเหลือ - สต๊อกขั้นต่ำ
    เขียนในช่อง (Formular) ดังนี้ [Onhand_Stock]-[Min_Stock]


    3.2 ฟิลด์ Status คือ เช็คสถานะจำนวนคงเหลือโดยเปรียบเทียบกับสต๊อกขั้นต่ำ (ถ้าน้อยกว่า = Order และถ้ามากกว่า = No order)
    เขียนในช่อง (Formular) ดังนี้ case when [Onhand_Stock]<[Min_Stock] then 'Order' else 'No order' end


    3.3 ฟิลด์ Status2 คือ เช็คสถานะจำนวนคงเหลือโดยเปรียบเทียบกับสต๊อกขั้นต่ำ (ถ้าน้อยกว่า = Order และจำนวนที่ต้องสั่ง และถ้ามากกว่า = No order)
    เขียนในช่อง (Formular) ดังนี้ case when [Onhand_Stock]<[Min_Stock] then 'Order = '+CONVERT([varchar],[Min_Stock]-[Onhand_Stock]) else 'No order' end

    หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับท่านในการแก้ไขปัญหานี้นะครับ
    ไปทำไว้ที่ฐานข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อลดงานเขียนโปรแกรมให้น้อยที่สุด (อันนี้เป็นแนวคิดที่ผมใช้อยู่ครับ)
    ถ้าท่านทำฐานข้อมูลออกมาดีและถูกต้องงานเขียนโปรแกรมของท่านจะน้อยลงและไม่ต้องซับซ้อนวุ่นวาย


    ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

    คุณจำเป็นต้อง ลงชื่อเข้าใช้ เพื่อดาวน์โหลดหรือดูไฟล์แนบนี้ คุณยังไม่มีบัญชีใช่ไหม? ลงทะเบียน

    x
  • อารมณ์วันนี้
    ขี้เกียจ
    2019-9-3 20:06
  • เช็คชื่อแล้ว: 235 วัน

    [LV.7]JuniorIII

    15

    กระทู้

    418

    โพสต์

    1142

    เครดิต

    HawkBrain

    Rank: 4

    เครดิต
    1142
    Ticket
    368
    จิตพิสัย
    774
    anuyutza1995 โพสต์ 2019-7-17 11:45:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
    มีอาจารย์คนนึงบอกผมว่าเมื่อมีคำว่า"ถ้า"ให้ใช้>>> IF

    จะเชคค่าใน Datagridview ก็ For มาช่วย
    1. for i = 0 to DataGridView1.RowCount - 1 'ต้องแต่บรรทัดที่ 0 ถึง บรรทัดสุดท้าย
    คัดลอกไปที่คลิปบอร์ด

    ต่อไปก็เงื่อนไข
    1. if val(DataGridView1.rows(i).cells(ที่ต้องการเชคค่า).Value) < val(DataGridView1.rows(i).cells(ที่ต้องการเชคค่า).Value) then

    2. DataGridView1.Rows(i).Cells(ที่ต้องการใส่ข้อมูล).Value = "On_hand >> น้อยกว่า"
    3. else
    4. DataGridView1.Rows(i).Cells(ที่ต้องการใส่ข้อมูล).Value = "MinStock >> น้อยกว่า"
    5. End If
    6. Next
    คัดลอกไปที่คลิปบอร์ด

    อันนี้คือตัวอย่างที่ผมทำไม่รู้จะเข้าใจทุกหรือป่าว ลองเอาไปดัดแปลงดูนะครับ


    ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

    คุณจำเป็นต้อง ลงชื่อเข้าใช้ เพื่อดาวน์โหลดหรือดูไฟล์แนบนี้ คุณยังไม่มีบัญชีใช่ไหม? ลงทะเบียน

    x
  • อารมณ์วันนี้
    แฮปปี้
    7 ชั่วโมงที่แล้ว
  • เช็คชื่อแล้ว: 384 วัน

    [LV.9]ConquerorII

    30

    กระทู้

    773

    โพสต์

    4579

    เครดิต

    RapterClaw

    Rank: 5Rank: 5

    เครดิต
    4579
    Ticket
    2851
    จิตพิสัย
    1728

    Merciful MemberInstructor

    puklit โพสต์ 2019-7-17 13:12:59 | ดูโพสต์ทั้งหมด
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย puklit เมื่อ 2019-7-17 13:30

    ผมขอเสนออีกวิธีหนึ่งให้ดูนะครับ ในเมื่อเรามีการติดต่อฐานข้อมูลอยู่แล้ว
    ผมก็ใช้วิธีเขียน SQL Command ให้มันออกมาแสดงผลเลย
    โดยใช้ฟังก์ชั่น CASE ของ SQL เข้ามาช่วยเขียนแยก เพื่อที่จะ Order สินค้า ดังนี้



    หรือถ้าท่านต้องการจำนวน ที่ต้องสั่งซ้ำให้จำนวน Onhand ให้เท่ากับ Min stock ก็เขียนดังนี้ครับ


    Performance ของโปรแกรมจะดีกว่าแบบที่เราดึงข้อมูลมาจากฐานข้อมูลแล้ว ทำการ Loop เช็คเพื่อเปรียบเทียบค่า Min stock และ On hand
    อย่างแน่นอนครับ เพราะวิธีแบบผมทำให้จบครั้งเดียวเวลาประมวลผลไวกว่าอยู่แล้วครับ




    ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

    คุณจำเป็นต้อง ลงชื่อเข้าใช้ เพื่อดาวน์โหลดหรือดูไฟล์แนบนี้ คุณยังไม่มีบัญชีใช่ไหม? ลงทะเบียน

    x
  • อารมณ์วันนี้
    ขี้เกียจ
    2019-9-3 20:06
  • เช็คชื่อแล้ว: 235 วัน

    [LV.7]JuniorIII

    15

    กระทู้

    418

    โพสต์

    1142

    เครดิต

    HawkBrain

    Rank: 4

    เครดิต
    1142
    Ticket
    368
    จิตพิสัย
    774
    anuyutza1995 โพสต์ 2019-7-17 13:39:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
    puklit ตอบกลับเมื่อ 2019-7-17 13:12
    ผมขอเสนออีกวิธีหนึ่งให้ดูนะครับ ในเมื่อเรามีการติด ...

    พี่ครับ ผมขอถามเพิ่มเติมนิดนึงครับ  การดึงข้อมูลมาโชว์ใน Datagridview โดยไม่ใช้ Sql command มีวิธีอื่นไหมครับ ที่ดึงข้อมูลมาโชว์ใน Datagridview
  • อารมณ์วันนี้
    แฮปปี้
    7 ชั่วโมงที่แล้ว
  • เช็คชื่อแล้ว: 384 วัน

    [LV.9]ConquerorII

    30

    กระทู้

    773

    โพสต์

    4579

    เครดิต

    RapterClaw

    Rank: 5Rank: 5

    เครดิต
    4579
    Ticket
    2851
    จิตพิสัย
    1728

    Merciful MemberInstructor

    puklit โพสต์ 2019-7-17 13:44:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย puklit เมื่อ 2019-7-17 14:05
    anuyutza1995 ตอบกลับเมื่อ 2019-7-17 13:39
    พี่ครับ ผมขอถามเพิ่มเติมนิดนึงครับ  การดึงข้อมูลมา ...

    ผม สับสน กับคำถามของท่านครับ

    คำว่าการดึงข้อมูลมาโชว์ใน DataGridView โดยไม่ใช้ Sql command

    คำถามนะครับ แหล่งข้อมูลมูลนั้นมาจากไหนครับ? ที่จะนำมาแสดงใน DataGridView
  • อารมณ์วันนี้
    ขี้เกียจ
    2019-9-3 20:06
  • เช็คชื่อแล้ว: 235 วัน

    [LV.7]JuniorIII

    15

    กระทู้

    418

    โพสต์

    1142

    เครดิต

    HawkBrain

    Rank: 4

    เครดิต
    1142
    Ticket
    368
    จิตพิสัย
    774
    anuyutza1995 โพสต์ 2019-7-17 14:03:41 | ดูโพสต์ทั้งหมด
    puklit ตอบกลับเมื่อ 2019-7-17 13:44
    ผม สับสน กับคำถามของท่านครับ

    คำว่าการดึงข้อมูลมาโช ...

    มาจาก Sql ครับ
  • อารมณ์วันนี้
    แฮปปี้
    7 ชั่วโมงที่แล้ว
  • เช็คชื่อแล้ว: 384 วัน

    [LV.9]ConquerorII

    30

    กระทู้

    773

    โพสต์

    4579

    เครดิต

    RapterClaw

    Rank: 5Rank: 5

    เครดิต
    4579
    Ticket
    2851
    จิตพิสัย
    1728

    Merciful MemberInstructor

    puklit โพสต์ 2019-7-17 14:16:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด

    แล้วท่านมีวิธีดึงข้อมูลจาก ฐานข้อมูล SQL Server เข้ามาในโปรแกรมที่ท่านเขียน
    เพื่อแสดงข้อมูลใน DataGridView อย่างไรครับ?

    Command Type ของ SQL ก็มีอยู่ 2 แบบที่ผมใช้
    1. Text ก็คือเขียนคำสั่ง SQL Command ในรูปแบบ String เพื่อส่งให้โปรแกรมประมวลผลแล้วดึงข้อมูลมาแสดงผล
    2. Storage Procedure เขียนคำสั่งด้วย SQL หรือ T-SQL ไว้ในฐานข้อมูลแล้วเขียนโปรแกรมเรียกใช้ storage procedure เพื่อประมวลผล หรือดึงข้อมูลออกมาแสดงผล

    ถ้าโปรแกรมไม่ซับซ้อน ผมก็ใช้ข้อ 1 หากมันซับซ้อนผมก็ใช้ข้อ 2
    ประมาณนี้ก็ยังตอบโจทย์ผมอยู่ เพราะผมไม่ได้เขียนโปรแกรมแบบยาก ๆ หรือซับซ้อนกว่านี้ครับ
  • อารมณ์วันนี้
    ขี้เกียจ
    2019-9-3 20:06
  • เช็คชื่อแล้ว: 235 วัน

    [LV.7]JuniorIII

    15

    กระทู้

    418

    โพสต์

    1142

    เครดิต

    HawkBrain

    Rank: 4

    เครดิต
    1142
    Ticket
    368
    จิตพิสัย
    774
    anuyutza1995 โพสต์ 2019-7-17 14:28:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
    puklit ตอบกลับเมื่อ 2019-7-17 14:16
    แล้วท่านมีวิธีดึงข้อมูลจาก ฐานข้อมูล SQL Server เข้ามาใ ...

    ขอบคุณครับ
  • อารมณ์วันนี้
    แฮปปี้
    7 ชั่วโมงที่แล้ว
  • เช็คชื่อแล้ว: 384 วัน

    [LV.9]ConquerorII

    30

    กระทู้

    773

    โพสต์

    4579

    เครดิต

    RapterClaw

    Rank: 5Rank: 5

    เครดิต
    4579
    Ticket
    2851
    จิตพิสัย
    1728

    Merciful MemberInstructor

    puklit โพสต์ 2019-7-17 14:32:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด

    ผมจะให้ท่านดูกระทู้นี้http://www.projectforstudy.com/forum.php?mod=viewthread&tid=1897

    จะเหมือนกันกับกระทู้นี้คือต้องการประมวลผลข้อมูลหรือหาค่าต่างของวันที่แล้วนำมาแสดงใน DataGridView
    แต่เจ้าของกระทู้ยังหาวิธีหรือทางออกไม่ได้ เนื่องจาก ค่าต่างขอวันที่นั้นมันไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลตั้งแต่แรก

    ถามว่าจะทำอย่างไรต่อไป มีวิธีดังนี้
    1. ประมวลผลข้อมูลมาจากฐานข้อมูล แล้วนำผลลัพธ์มาแสดงใน DataGridView (วิธีนี้จะสามารถทำให้จบภายในครั้งเดียว และได้ข้อมูลครบตามต้องการ)

    2. ดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลมาในลักษณะทั่วไป
    2.1. ใช้ทำสั่ง Select ดึงข้อมูลมาแสดงใน DataGridView ก่อน
    2.2. เขียน Loop เช็คค่าในคอลัมภ์ที่ดึงออกมาเพื่อประมวลผล แล้วส่งค่าให้กับ DataGridView แสดงผลต่อไป

    ท่านคงจะเห็นความต่างนะครับว่าวิธีที่ 1 และ 2 ต่างกันอย่างไร
    แล้วถ้าข้อมูลมี 1 ล้านแถว ข้อ 2 จะใช้เวลานานเท่าไหร่ข้อมูลจึงจะประมวลผลเสร็จตามที่ท่านต้องการ
    คือ
    2.1 รอดึงข้อมูลจากฐานข้อมูล 1 ล้าน แถว
    2.2 รอ Loop ที่ท่านเขียนเพื่อประมวลผลแล้วแสดงผลลัพธ์อีก 1 ล้านแถว

    ประมาณนี้ท่านน่าจะเข้าใจในสิ่งที่ผมอธิบายนะครับ

  • อารมณ์วันนี้
    แฮปปี้
    7 ชั่วโมงที่แล้ว
  • เช็คชื่อแล้ว: 384 วัน

    [LV.9]ConquerorII

    30

    กระทู้

    773

    โพสต์

    4579

    เครดิต

    RapterClaw

    Rank: 5Rank: 5

    เครดิต
    4579
    Ticket
    2851
    จิตพิสัย
    1728

    Merciful MemberInstructor

    puklit โพสต์ 2019-7-17 14:48:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด

    ตัวอย่างแบบไม่ซับซ้อนครับ เป็น Stored procedures ที่ผมเขียนไว้สำหรับบันทึกและแก้ไขชั่วโมงการทำงานของพนักงาน
    เขียนไว้ในฐานข้อมูล ส่วนฝั่งโปรแกรมผมก็มีหน้าที่โยนค่าพารามิเตอร์มาให้กับฐานข้อมูลอย่างเดียว โดยฐานข้อมูลผมก็จะมี
    คำสั่งให้มันตรวจสอบอยู่แล้วว่าข้อมูลไหนเป็น New record (ให้ INSERT) หากมีข้อมูลอยู่แล้วก็ (ให้ UPDATE)

    1. -- =============================================
    2. -- Author:                <>
    3. -- Create date: <25/2/2019>
    4. -- Description:        <Create working time for calculate plan capacities [Hours] from Plan (OT) Weekly>
    5. -- =============================================
    6. ALTER PROCEDURE [dbo].[MAN_0000_Create_WorkingTime_Plan]
    7.         -- Add the parameters for the stored procedure here
    8.         @Organization_ID varchar(100),
    9.         @Plan_Date date,
    10.         @Work_Time decimal(10,3),
    11.         @Create_by varchar(10),
    12.         @Create_datetime datetime

    13. AS
    14. BEGIN
    15.         -- SET NOCOUNT ON added to prevent extra result sets from
    16.         -- interfering with SELECT statements.
    17.         SET NOCOUNT ON;

    18.         -- คำนวนชั่วโมงการทำงาน
    19.         DECLARE @Count_New_Employee decimal(10,3) -- จำนวนพนักงานใหม่ อายุงานไม่เกิน 30 วัน
    20.         DECLARE @Count_Moderate_Employee decimal(10,3) -- จำนวนพนักงาน อายุงานเกิน 30 วัน แต่ไม่เกิน 120 วัน
    21.         DECLARE @Count_Expert_Employee decimal(10,3) -- จำนวนพนักงาน อายุงานเกิน 120 วันขึ้นไป
    22.         DECLARE @Totals_Working_Hours_Plan decimal(10,3) -- รวมจำนวนชั่วโมงการทำงาน (วางแผน) คิดจาก @Count_New_Employee,@Count_Moderate_Employee,@Count_Expert_Employee

    23.         -- จำนวนพนักงานใหม่ อายุงานไม่เกิน 30 วัน
    24.         SET @Count_New_Employee = (
    25.                                                            SELECT SUM(Cal_Status) AS New_Employee
    26.                                                        FROM dbo.MAN_Employee
    27.                                                            WHERE (Cal_Capacity = 1) AND (Current_Organization = @Organization_ID)
    28.                                                            AND (DATEDIFF(day, Hiredate, GETDATE()) <= 30))

    29.         IF @Count_New_Employee IS NULL
    30.         BEGIN
    31.                 SET @Count_New_Employee = 0               
    32.         END

    33.         -- จำนวนพนักงาน อายุงานเกิน 30 วัน แต่ไม่เกิน 120 วัน
    34.         SET @Count_Moderate_Employee =
    35.                                                            (SELECT SUM(Cal_Status) AS New_Employee
    36.                                                            FROM dbo.MAN_Employee
    37.                                                            WHERE (Cal_Capacity = 1) AND (Current_Organization = @Organization_ID)
    38.                                                            AND (DATEDIFF(day, Hiredate, GETDATE()) BETWEEN 31 AND 120))

    39.         IF @Count_Moderate_Employee IS NULL
    40.         BEGIN
    41.                 SET @Count_Moderate_Employee = 0               
    42.         END

    43.         -- จำนวนพนักงาน อายุงานเกิน 120 วันขึ้นไป
    44.         SET @Count_Expert_Employee = (
    45.                                                            SELECT SUM(Cal_Status) AS Expert_Employee
    46.                                                        FROM dbo.MAN_Employee
    47.                                                            WHERE (Cal_Capacity = 1) AND (Current_Organization = @Organization_ID)
    48.                                                            AND (DATEDIFF(day, Hiredate, GETDATE()) > 120))
    49.        
    50.         IF @Count_Expert_Employee IS NULL
    51.         BEGIN
    52.                 SET @Count_Expert_Employee = 0               
    53.         END


    54.         -- คำนวนชั่วโมงการทำงานของไลน์ผลิต
    55.         -- จำนวนพนักงานใหม่ อายุงานไม่เกิน 30 วัน (คิดที่ 50% ของ 7.75 ชั่วโมง)
    56.         -- จำนวนพนักงาน อายุงานเกิน 30 วัน แต่ไม่เกิน 120 วัน (คิดที่ 75% ของชั่วโมงวันทำงาน)
    57.         -- จำนวนพนักงาน อายุงานเกิน 120 วันขึ้นไป (คิดที่ 100% ของชั่วโมงวันทำงาน)
    58.         SET @Totals_Working_Hours_Plan = (@Count_New_Employee * 3.875) + (@Count_Moderate_Employee * ((@Work_Time * 75) / 100)) + (@Count_Expert_Employee * @Work_Time)

    59.     -- Insert statements for procedure here
    60.         -- สร้าง Plan capacity ID สำหรับข้อมูล
    61.         DECLARE @Plan_WCID varchar(150)
    62.         SET @Plan_WCID = @Organization_ID + '_' + FORMAT(Year(@Plan_Date),'00') + FORMAT(MONTH(@Plan_Date),'00') + FORMAT(day(@Plan_Date),'00')

    63.         -- ตรวจสอบข้อมูลก่อนบันทึก
    64.         DECLARE @Check_PlanID varchar(150)
    65.         SET @Check_PlanID = (
    66.                                                 SELECT Capacity_ID
    67.                                                 FROM dbo.MAN_Organization_Capacity
    68.                                                 WHERE (Capacity_ID = @Plan_WCID))

    69.         IF @Check_PlanID IS NULL
    70.         BEGIN

    71.                 -- บันทึกข้อมูล (ใหม่) ชั่วโมงการทำงาน

    72.                 INSERT INTO [dbo].[MAN_Organization_Capacity]
    73.                                         ([Capacity_ID]
    74.                                         ,[Organization_ID]
    75.                                         ,[Cap_Hour_Plan]
    76.                                         ,[Cap_Date]
    77.                                         ,[Create_by]
    78.                                         ,[Create_datetime])
    79.                 VALUES
    80.                                         (@Plan_WCID
    81.                                         ,@Organization_ID
    82.                                         ,@Totals_Working_Hours_Plan
    83.                                         ,@Plan_Date
    84.                                         ,@Create_by
    85.                                         ,@Create_datetime)

    86.         END
    87.         ELSE
    88.         BEGIN

    89.                 -- บันทึกข้อมูล (แก้ไข) ชั่วโมงการทำงาน

    90.                 UPDATE [dbo].[MAN_Organization_Capacity]
    91.                 SET [Cap_Hour_Plan] = @Totals_Working_Hours_Plan
    92.                 ,[Update_by] = @Create_by
    93.                 ,[Update_datetime] = @Create_datetime
    94.                 WHERE Capacity_ID = @Plan_WCID

    95.         END

    96. END
    คัดลอกไปที่คลิปบอร์ด


    ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

    รายละเอียดเครดิต

    ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|ประวัติการแบน|ProjectForStudy  

    GMT+7, 2019-10-16 16:09 , Processed in 0.054524 second(s), 29 queries .

    Powered by Discuz! X3.2 R20150609, Rev.38

    © 2001-2013 Comsenz Inc.

    ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้